*.ป้ามิตา.*...ดาหลา & ปะการัง & วังบุปผา

Phatsamon's posts with tag: daalaamita&food

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag daalaamita&food
ddd
dThumbnaild
ddd
ภาพ ชุดนี้เก็บ ระหว่าง การเหาะ ไป กทม อ่ะ ..........

อยู่ไหน มิวายนะ สรรหา ของกิน แล้ว ยิง ฟ้า ให้เป็นรูพรุน


แต่ว่า ได้ที่นั่งไม่ดี ไม่เป็นใจ

กางปีก กว้างไป นิด หนึ่งอ่ะ นะ เห็นแต่ ปีก ทน ทน ดู หน่อยละกันนะ .........

ddd
dThumbnaild
ddd
ได้ไป หม่ำมา อ่ะคับ ร้าน อิ่มปลาเผา...มีหลายร้าน หลายสาขามากมาย

อาหารอร่อยมาก สำคัญ ไม่แพง นะฮ้า .....ทั้งหมด เนี๊ย 1400 คราบ


เลยเก็บมา ฝาก ทุกๆท่านคร้าบ

ddd
dThumbnaild
ddd
กินตลอดทาง นับแต่เดินออก จาก ร้านซ่อมรถ ....

ไปเรื่อยๆๆ นะ กินจริง ๆ ๆ อิอิ

หมดแระ อิอิ

ReviewReviewReviewReviewReviewGoooooooooooooooooooood TipsJun 7, '08 1:48 AM
for everyone
Category:Books
Genre: Cooking, Food & Wine
Author:(non)

เพิ่มระบบเผาผลาญเพื่อลดอ้วน


ระบบเผาผลาญเป็นวิธีที่ร่างกายผลิตพลังงานจากอาหารมาใช้ในการทำงานของร่างกาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนและเอ็นไซม์หลายชนิดในร่างกาย ระบบการเผาผลาญจะเป็นตัวกำหนดอัตราการเผาผลาญพลังงาน (metabolic rate)ซึ่งถ้าอัตราการเผาผลาญสูง ร่างกายจะเผาผลาญอาหารได้ดี แต่ถ้าอัตราการเผาผลาญต่ำจะทำให้เพิ่มน้ำหนักตัวได้เร็วหรือลดน้ำหนักได้ยาก แต่ละคนมีประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานแตกต่างกัน ซึ่งอัตราการเผาผลาญของร่างกายมาจากพลังงาน 3 ส่วนคือ
พลังงานพื้นฐานที่ใช้ในการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย
พลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหวหรือออกแรง
พลังงานที่ใช้ในการย่อยอาหาร
การปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภคและการใช้พลังงานจึงมีผลต่อระบบการเผาผลาญของร่างกายได้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีอิทธิพลต่อระบบเผาผลาญ ได้แก่ อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง วิถีการดำเนินชีวิตและองค์ประกอบของร่างกาย (ปริมาณของมวลกล้ามเนื้อ) โดยธรรมชาติระบบการเผาผลาญของคนเราจะลดลงประมาณ 5% ทุกๆ 10 ปี โดยเริ่มหลังจากอายุ 40 ปี ขณะอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไร เพศชายจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเพศหญิง คนที่มีกล้ามเนื้อมากก็จะมีระบบการเผาผลาญสูงกว่าคนที่มีไขมันมาก เพราะเซลล์กล้ามเนื้อเป็นเซลล์ขยันใช้พลังงานได้ดีกว่าเซลล์ไขมันซึ่งเปรียบได้กับเซลล์ขี้เกียจ และท้ายที่สุดสิ่งที่ถูกกำหนดมาให้แต่ละคนตั้งแต่เกิดคือพันธุกรรม ซึ่งถูกโปรแกรมมาแล้วทำให้คนเรามีระบบเผาผลาญแตกต่างกันไป นอกจากนี้ โรคบางชนิด เช่น ไทรอยด์(ทำงานน้อย)ก็ทำให้ระบบการเผาผลาญช้าลงได้

ทำไมน้ำหนักทรงตัวหลังลดความอ้วน
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายเรื่องนี้ว่า ขณะที่เราอ้วน ระบบการเผาผลาญยังสูงอยู่ ฉะนั้นเมื่อลดแคลอรีจากอาหารลงมาแม้เพียงเล็กน้อย จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลง และหลังจากที่สูญเสียเซลล์ไขมันและเซลล์กล้ามเนื้อไปพร้อมกับการสูญเสียน้ำในระยะแรก ระบบเผาผลาญจะลดต่ำลง ร่างกายจึงต้องการพลังงานในการทำงานน้อยลง

ทุกๆ 1/2 กิโลของเซลล์กล้ามเนื้อที่ลดลง จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานลดลงประมาณ 9 แคลอรี นี่เองเป็นเหตุผลว่า คนที่ลดน้ำหนักจึงอ้วนขึ้นได้ง่ายในเวลาต่อมาถ้าไม่ควบคุมต่อเนื่อง นอกจากนี้ พลังงานที่ร่างกายต้องการจากอาหารก็จะลดน้อยลงไปอีก นั่นหมายถึงว่าปริมาณอาหารที่รับประทานจะต้องน้อยลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น นายแดงและนายดำมีน้ำหนักเท่ากันคือ 112 กิโลกรัม โดยที่น้ำหนักเดิมของนายแดงคือ 156 กิโลกรัม ส่วนนายดำหนัก 112 กิโลกรัมมาตลอด นายแดงผู้ลดน้ำหนักโดยการจำกัดอาหารจึงมีระบบเผาผลาญลดลง ทำให้ร่างกายต้องการพลังงานน้อยลงกว่านายดำทั้งๆที่มีน้ำหนักเท่ากัน

ดังนั้น การที่มีน้ำหนักเท่ากันจึงไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องการพลังงานเท่ากันเสมอไป หากผ่านการลดน้ำหนักมาก่อน จึงต้องควบคุมการกินอาหารให้น้อยลงไปให้ได้อย่างต่อเนื่อง

6 วิธีกิน เพิ่มระบบเผาผลาญ

1 กินบ่อยแต่แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ การกินอาหารวันละ 4-6 มื้อ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญตลอดทั้งวันและลดน้ำหนักได้มากขึ้น คนที่ทิ้งช่วงการกินระหว่างมื้อต่อมื้อนานเกินไป ระบบเผาผลาญจะปรับตัวให้ทำงานช้าลงเพื่อชดเชยกับการไม่ได้กิน แต่ถ้ากินมื้อใหญ่เกินไป ระบบเผาผลาญจะทำงานเสมือนว่าคุณกำลังอดอยาก จึงสงวนแคลอรีทั้งหมดที่กินไว้เพื่อสะสมเป็นเสบียงยามขาดแคลน

2 ห้ามอดมื้อเช้า คนที่งดอาหารเช้าบ่อยๆจะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ ร่างกายคนเราต้องการพลังงานและสารอาหารเพื่อจะทำงานได้ทั้ง 24 ชั่วโมง ดังนั้น การอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งจึงทำให้ร่างกายเข้าสู่ระบบสงวนพลังงาน โดยการลดอัตราการเผาผลาญลง และทำให้ร่างกายเก็บสะสมพลังงานอย่างเต็มที่ในรูปของไขมัน อาหารเช้าที่มีคุณภาพได้แก่ ข้าว(ซ้อมมือ)ต้มเครื่อง หรือขนมปังไข่ดาว

3 เพิ่มอาหารโปรตีน โดยปกติ อาหารจะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ หลังจากที่กินไปแล้ว 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ทำงานได้ดีที่สุด แต่อาหารโปรตีนต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 25% ในการย่อย ฉะนั้นอาหารว่างที่มีโปรตีนสูงจึงทำให้การเผาผลาญทำงานได้ดีกว่า(เล็กน้อย)เมื่อเทียบกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง(โดยที่มีแคลอรีเท่าๆ กัน) แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนที่สรุปว่าอาหารชนิดใดจะมีผลพิเศษในการเพิ่มระบบเผาผลาญ

4 เติมเครื่องเทศรสเผ็ด มีงานวิจัยว่า พริกหรืออาหารรสจัดสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้ 20% เป็นเวลาถึง 30 นาที งานวิจัยในสตรีชาวญี่ปุ่นรายงานว่า พริกสีแดงช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อกินพริกแดงกับอาหารไขมันสูง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยขนาดเล็ก พบว่านักกีฬาชายที่กินพริกแดงกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง มีอัตราระบบเผาผลาญสูงขึ้นทั้งขณะที่มีกิจกรรมและไม่มีกิจกรรม หลังการกินอาหาร 30 นาที แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเพิ่มการทำงานได้นานแค่ไหน ผลดีของการกินพริกคือช่วยให้กินผักได้เพิ่มขึ้น แต่ผลการเพิ่มอัตราการเผาผลาญนั้นเพียงเล็กน้อย จึงต้องใช้ความพอดีในข้อนี้ให้มาก

5 ดื่มน้ำตลอดวัน น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากดื่มน้ำน้อยไประบบเผาผลาญจะลดลงเหมือนขาดอาหาร โดยตับจะเก็บน้ำไว้ แทนที่จะนำไปใช้ในหน้าที่อื่นๆ เช่น เผาผลาญไขมัน การดื่มน้ำเย็นๆจะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญได้เล็กน้อยจากการที่ร่างกายต้องรักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ EGCG (epigallocatechin gallate) ที่มีฤทธิ์สูง หากดื่มขณะที่กินอาหาร จะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ 24 ชั่วโมงได้ 4 % (คาเฟอีนเพียงอย่างเดียวไม่แสดงผลนี้) แม้ชาเขียวจะกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีกว่าและนานกว่ากาแฟ แต่การดื่มชาเขียวโดยไม่ควบคุมปริมาณอาหารที่กินตลอดทั้งวัน ก็ไม่อาจช่วยให้น้ำหนักลดลงได้

6 เลี่ยงน้ำตาลและของหวาน การกินของหวานมากๆ จะช่วยส่งเสริมให้ระบบเผาผลาญเก็บสะสมไขมันมากกว่าการเผาผลาญไขมันออกไปใช้ นอกจากนี้ น้ำตาลยังเป็นพลังงานส่วนเกินที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่าย

ปัจจัยเสริมเร่งการเผาผลาญ

ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่เผาผลาญพลังงานในเวลาสั้นๆ และยกน้ำหนักที่จะสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มระบบเผาผลาญในระยะยาว ถ้าเรายิ่งสร้างกล้ามเนื้อมากเท่าไร อัตราการเผาผลาญ(ขณะที่อยู่เฉยๆ) ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น เพราะเซลล์กล้ามเนื้อเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเซลไขมัน

การออกกำลังกายแบบแอโรบิค 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการยกน้ำหนัก 30 นาที แต่การยกน้ำหนักกลับจะเพิ่มให้ระบบเผาผลาญทำงานได้นานกว่า ฉะนั้นกฏข้อหนึ่งของการลดน้ำหนักคือ การออกกำลังกายควบคู่กันไปกับการควบคุมอาหารจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายให้มากขึ้น และคงน้ำหนักที่ลดลงได้

ผู้หญิงบางคนกลัวว่าการออกกำลังกายจะทำให้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ดูแล้วไม่สวยงาม แต่ที่จริงผู้หญิงไม่มีฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (testosterone)มากพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อใหญ่เหมือนผู้ชายได้ขนาดนั้น จึงไม่น่าเป็นข้ออ้างในการไม่ออกกำลังกาย

ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อ้วนได้ โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เพราะความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมีผลให้ระบบเผาผลาญลดลง และที่สำคัญนอนให้เพียงพอ การวิจัยพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่าวันละ7-8 ชั่วโมงจะอ้วนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายมีสภาวะเครียดเพิ่มขึ้น




ddd
dThumbnaild
ddd
เกิด อยากจะหม่ำ ปอเปี๊ยะ ขึ้นมา ซื้อก็ แพง เอา นะ ลงมือ เอง ดีก่านิ

เริ่มจากไป ตลาด ซื้อ เห็ดหูหนูดำดำ +แครอท +หมูสับ+เต้าหู้+ต้นหอม +ใบฝักชีฝรั่ง +ถั่งอก และ ที่ ขาดไม่ได้ แป้งปอเปี๊ยะ .....
สีแปร๊นๆๆของแครอท ที่ หั่นเป็นเต๋ โดยจ๊ะจ๋า

แล้ว ทั้งหมด ก็ โอ๊ะ ลง ในกระทะ 5 5 5 เจนกลายเป็น อย่างนี้ เจ้าคร่า ....ปล. โอ๊ะ ภาษาเหนือ เรียกว่ารวมมมมมมมมมม

ตัก ไส้ วาง บนแผ่นปอเปี๊ย ที่แห้งเร็วเมือ โดนลม รีบ ห่อสีมือ มัดของจ๊ะจ๋า แหละค่ะ

จาก น้านนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ตั้งกะทะ นะคะ น้ำมันร้อน ๆ เสก ให้ ปอเปี๊ยะ เหลือง อะแหร๋ม แบบนี้ฮ่า
มาถึงบ้านล้าง แครอท เต้าหู้ ผัก ทั้งหมด แล้ว หั่นๆๆๆๆ

แล้วก็ เป็ง แบบเนี๊ย

ddd
dThumbnaild
ddd
ไป ทานมานะ จะบอกให้ เจ้านายพาไป เลี้ยง ( แต่คนดีเค้าว่าอร่อย )อิ่มจังตังอยู่ครบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

จัดการ ซะ พุงกางงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ตบท้ายที่ แป๊ะซี่ อิอิ

ddd
dThumbnaild
ddd
ไป ดอนหอยหลอดมา ไป ทานอาหารที่ร้าน คุ้นลิ้น.....มาค่ะ รสชาด อาหาร อร่อยมากค่ะ โดยเฉพาะ กุ้ง 5 รส โอ สุดยอด ................

น้ำดื่ม สี สวยซ๊า น้ำอัญชัน

ddd
dThumbnaild
ddd
เก็บ อาหาร บูกเน่าจาก งานมีต ที่ห้องต้นไม้ มา ฮ่า ดูเอาเอง

ที่กิน อร่อยที่สุด หนุ่ม เอ้ย น้ำพริกพี่หนุ่ม อิอิ

ddd
dThumbnaild
ddd
ไป ทานกลางวัน กะลูกๆๆมา อ่ะนะ แต่ละคน อุอุ นะ หมึก ตรึม แต่ ของเรา กิน มังสะ เอาวะ กะเต๋วคั่วไข่เต็มก็ล้าย อ่ะ พอ กล้อมแกล้ม ไป 1 วัน 1 มื้อคร้าบบบบบบบบบบบ

Category:Books
Genre: Cooking, Food & Wine
Author:(none)
เป็นการจำสูตร มาจาก คุณ บงกช เมื่อคืน ว่า ให้ หาไก่ตอนตัวเขื่องๆ ๆ ล้าง ล้วงตับไต ให้ สะอาด แล้ว

นำ พริกไทยดำ + กระเทียม + รากผักชี โขลก ละเอียด น้ำมา ผัด บนไฟ ใส่น้ำตาล เคี่ยวให้ กลายเป็นน้ำเชื่อม แล้วเคี่ยวไป ให้ได้รส ตามที่ชอบ ออก หวาน เล้กน้อย

แล้วนำมากรอง ผ้าขาวบาง ได้น้ำปรุงรส
หลังจากนั้น ทำตัวเป็นหมอ เถื่อน เลย รักษาไข้หวัดนก ด้วยการ นำ น้ำ ปรุงรส นี้ ฉึดเข้าไป ในเนื้อไก่ ทุกมุม เลย แล้ว เอาหมัก ไว้แบบนั้น สัก 2 ชั่วโมงก็นำมาย่างไฟ ฮ่า อิ๊วววววววววววววววววววววววววววววววว

หิว ฟ้อย


ddd
dThumbnaild
ddd
สวย อร่อย....

ddd
dThumbnaild
ddd
เตรียมเครื่องปรุง ก็มี
เกลือ ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม โขลกละเอียด ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ( ชอบ ใช้เยอะก้ได้ )
ข้าวเหนียวนึ่งสุก ประมาณ 5 บาท
ผงชูรสหรือว่ารสดี ตามแต่จะเลือกใช้
หมูซี่โครง หรือ หมูสันคอ *// * สะโพก *//* เสื้อ สัน ก้ได้ แล้วแต่ชอบ

วิธีทำ ....
1.มาล้างน้ำเลือดที่ติดมาออกจนหมด แล้วนำมาสะเด็ดน้ำ พอหมูสะเด็ดน้ำแล้ว
นำมาหั่นพอดีคำ หากหันว่ามันหมูที่ติดมาก หั่น ทิ้งบ้างก็ได้

2.จากนั้นนำเกลือลงคลุกก่อน พักไว้ 5 -10 นาที ใช้เกลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

3.ใส่กระเทียมที่โขลกแล้วลงไป ตามด้วยผงปรุงรส ลงไปจะมากน้อย ก็ แล้วแต่ชอบ
งานนี้ กะ กะเอาครับ (ต้องขออภัยครูพักลักจำมา)

4.นำข้าวเหนียว ไปแช่น้ำสักน้อย พอข้าวนึ่งพองตัวแล้วใส่ลงตามลงไป อย่าลืมเมื่อใส่ส่วนผสมแล้ว ต้อง คน ให้เข้ากัน หลายๆ รอบ ( หาก ใช้มือ ขย๋ำ จะเนียน ก่า อิอิ )
พักไว้สัก 15- 20 นาที หรือจะนำไปใส่ถุงเลยก็ได้

5.ตักใส่ถุงพลาสติก 2 ชั้น แล้ว มัด 1 รอบ ตามด้วยการห่อ ด้วยกระดาษ แล้วมัด อีก 1 ชั้น

และห่อ ถุงพลาสติก อีก 1 ชั้น เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ

ต้องการ ให้เปรี้ยวเร็ว ๆ นำไป ตากแดด สัก 2-3 วันก็ แกะมาทอดได้แล้วค่ะ

ปล. หากชอบทานเผ็ด สามารถ นำพริก ลงไป หมัก ด้วยได้ค่ะ จะหมักแบบ โขลก หรือ เป็นเม็ด ก็ได้ค่ะ

ปล. 1 ขอบคุณคุณเหลิม 108 สำหรับสูตร คร้าบ

ddd
dThumbnaild
ddd
ขอ อร่อย ที่อยาก บอก ที่รักว่า น่า ทานมาก ๆๆ เลยยยยยยยยยยยยย

กลับมาพาไป หม่ำน้านะ

ddd
dThumbnaild
ddd
อยาก มี เวลา สบ่ายๆๆไร้ความทุกข์ แล้ว อยู่กัน พร้อมหน้าพร้อมตา แล้ว ทำข้าวยำ ทานกัน ....ยังมีน้ำบูดู จากน้ายม อีกนิดหน่อย .....

ทำ ทานดีไหมนะ เรา ....
มีดาหลา อมเปรี้ยว เคียง กุ้งป่นฝอย ๆ ๆ ถั่วงอกตัวอ้วน ๆ มะพร้าวคัว หอม ๆ ๆ

ราด น้ำ บูดู อุอุ อาหย่อย

Category:Books
Genre: Cooking, Food & Wine
Author:(none)
ว่าไป เป็นความ คิดที่ มีมายนาน มาก พอ นะ สำหรับการทำ สูตรอาหารเบาหวาน
สำหรับผู้เป็นเบาหวาน อยาก ให้ มีชีวิต ในการเลือก รับประทานอาหาร ได้เหมือนๆ คนธรรมดา กะเค้า ผู้ ป่วยเป็นเบาหวาน น่า เอ็นดู และสงสารนะ ทานอะไรได้แต่ ไม่ไมก นัก ....
จึง อยาก แนะนำ ให้ ลองทำตามนี้นะคะ

** ไม่ได้ เป็นการโฆษณา อาหารทางการแพทย์ แต่อย่าง ใด **

1. เราจะ ลองทำ เต้าเจียวหลนกับผักสด ๆๆ สูตรนี้ สำหรับ ทาน 5 ท่าน

เครื่องปรุง
หมูบด 1 ขีด
เต้าเจียว ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ....* หากเค็ม ให้ลดจำนวนลง**
หอมแดง หัน ประมาณ 5-6 หัว
ตะใคร้ หั่นฝอย ประมาณ 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า 500 ซีซี
พริกชี้ฟ้า นิดหน่อย
เกลือป่น นิดหน่อย
น้ำมะขามเปียก นิดหน่อย
ใช้อาหารทางการแพทย์ 10 ช้อนตวง
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ผักสด ประเภท แตงกวา ผักกาดขาว

วิธีทำ
1. นำเต้าเจี้ยว โขลก ให้ละเอียด แล้ว โขลก หอมแดง พอแหลก ตัก ไว้ ก่อน
2. นำอาหารทางการแพทย์ 10 + น้ำ 200 ไว้ก่อน
3. ละลายเครื่องที่โขลกไว้ ในน้ำ 300 ซีซี คน ผสม ให้เข้ากัน ลงในกระทะ ไฟอ่อน แล้วต้มไป จนเดือด ใส่หอมแดงที่เหลือ ที่หั่น เป็นพอคำ ไว้ + พริกชี้ฟเดง ปรุงรส ให้ มี หวาน เค็ม เปรี้ยว ด้วย น้ำมะขา เกลือ
4. นำ อาหารทางการแพพทย์ ที่ เหลือ 200 ซีซี เทลง ไป ในกะทะ คนให้เข้ากัน จนเดือด ตกฃอกไข่ลงไ ปในกะทะ คน ให้ ไข่ เข้ากัน แล้ว ยกลง

รับประทานกับ ผักสด แช่เย็นๆๆ อร่อยมากหล่ะ

สูตรนี้ เป็นของ ทีมโภชนาการของ บริษัท อาหารทางการแพทย์
เจ้าของสูตร คือ อ.ยิ่งศักดิ์ ขอ ขอบพระคุณค่ะ

ddd
dThumbnaild
ddd
เป็นของว่างที่ ผู้เป็นเบาหวาน สามารถ ที่จะ ทำ รับประทานได้อย่าง คน ธรรมดาสามัญอ่ะค่ะ

เป็น อาหารทางการแพทย์ ที่ปรับปรุง ด้วยการผสม เจลาติน ลงไป ใน อาหารทางการแพทย์ ทำ แจกผู้เป็นเบาหวาน ใน เบาหวานสัญจร ครั้งที่ สามค่ะ

แล้ว ปล่อยให้เย็น ก็จะเป็น เจล อร่อย นะ ถ้าชอบหวานสามารถ ใช้น้ำตาลเทียม ปรุงได้ค่ะ อะนะ เป็นเบาหวานก็ มีหัวใจ เด๋วนะคะ เด๋วป้ามิตา จะทำ หลนเต้าเจียวกลูเซอร์น่า โชว์ อิอิ

แฮ่ อาหย่อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ดู แคลอรี่ด้วยนะฮ้า อิอิ

ddd
dThumbnaild
ddd
จำได้ ว่าไ ป ทาน ที่ สาขา ใหม่ ทางไป หางดง ยก แสบยกครก เหมือนเดิมจ้า

Category:Books
Genre: Cooking, Food & Wine
Author:(none)
กำลัง บ้า เก็บสูตร ....สาระพัดสุตร

.1. หมักหมู ซะป๊ะ .....

สูตรแรก "หมูหมักพริกไทยดำ"


ส่วนผสมได้แก่ พริกไทยดำโขลก (ไม่ต้องละเอียดมาก) น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมันหอย ปริมาณก็กะเอาเองนะคะแล้วแต่ชอบค่ะ ควรจะผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันก่อนนะคะ(ยังไม่ใส่หมู) เพราะเราจะได้ชิมได้ว่าจะเอารสแค่ไหน ถ้าชิมได้ที่แล้วค่อยใส่หมูลงไปค่ะหมูที่ใช้ก็ใช้สันในนะคะ หรือที่เรียกว่าหมูเส้นอ่ะคะ พอหมักเสร็จก็เอาไปเข้าตู้เย็นไว้สักพัก รอเวลาทานคะ

สูตรสอง "หมูหมักบาร์บีคิว"


ส่วนผสมก็ได้แก่ ซอสมะเขือเทศ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ซอสเปรี้ยว และพริกไทยดำโขลกนิดหน่อย เคล็ดลับ คือ ต้องใส่เหล้านิดนึงค่ะ อย่างที่เราทำนี้ ก็ใส่ red สองฝาเอาทุกอย่างผสมกันเลยค่ะพอชิมได้ที่แล้วก็ใส่หมูลงไปคลุกเคล้าค่ะ เพิ่มมะเขือเทศ สัปปะรด และก็พริกหวานก็จะดีมากค่ะ สูตรพวกนี้ใช้กับกุ้ง ไก่ ปลาหมึกก็อร่อยนะคะ

สูตรสาม "หมูหมักงา"


ก็มี พริกไทยขาวป่นเล็กน้อย งา น้ำมันงา ซอสหอยนางรม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา รากผักชีโขลก ชิมรสแล้วก็เอาหมูลงไปคลุกเลยค่ะ

น้ำจิ้ม

สูตรแรก ก็คือน้ำจิ้มสุกี้ แต่เอามาจิ้มหมูกระทะก็อร่อยไม่แพ้กัน เอาซอสพริกสองขวดเล็ก เทลงหม้อเลยค่ะ (แนะนำฉลากทองเท่านั้นค่ะ.....) แล้วก็เอาน้ำสะอาดกรอกลงขวดประมาณ1ใน5ของขวดนะคะ เช็คจนขวดสะอาดแล้วก็เทลงหม้อตามไปค่ะเอาหม้อเมื่อตะกี้ไปตั้งไฟนะคะ แล้วต่อไปก็เต้าหู้ยี้ค่ะ ถ้าใช้ซอส 2 ขวด ก็ใส่เต้าหู้หมดขวดเลยค่ะ น้ำแดงๆตักมานิดเดียวนะคะ เพราะว่ามันเค็มมากค่ะ แล้วก็บี้ให้แหลกละเอียดที่สุด...เติมน้ำสุกหน่อยก็ได้ค่ะ จะได้บี้ง่ายๆ แล้วก็เทลงหม้อตามไปเลยค่ะแล้วก็โขลกรากผักชีให้ละเอียด..ใส่ลงไปตอนเดือดค่ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายประมาณ 3 ช้อนชา น้ำปลานิดหน่อยค่ะ พอชิมรสโอเคแล้ว ก็ใส่งาขาวคั่ว กับน้ำมันงาเพื่อเพิ่มความหอม แต่ถ้าอยากให้หอมมากกว่านั้น ก็ใส่น้ำมันงาลงไปด้วยค่ะ ยกลงมาจากเตาพักให้หายร้อนค่ะสำเร็จแล้วก็หน้าตาประมาณนี้ค่ะพอหายร้อนแล้ว หรือตอนจะทานก็ใส่ กระเทียมพริกขี้หนูและผักชีฝรั่งซอยค่ะ



สูตรต่อไป..น้ำจิ้มแจ่ว ก็เอาน้ำมะขามเปียกไปตั้งไฟให้เดือดค่ะ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ พริกป่น (น้ำจิ้มทั้งสองสูตรนี้เราไม่ได้ใช้มะนาวเลยนะเพราะว่าซอสพริกกับมะขามเปียกมันเปรี้ยวมากๆอยู่แล้ว) ตามด้วยข้าวคั่วใหม่ๆค่ะ ชิมรสออก เปรี้ยวๆ หวานๆ เค็มไม่มากค่ะพอหายร้อนแล้วก็โรยด้วยผักชีฝรั่งและต้นหอมซอยค่ะ...

สูตรแรก ก็คือน้ำจิ้มสุกี้ แต่เอามาจิ้มหมูกระทะก็อร่อยไม่แพ้กัน เอาซอสพริกสองขวดเล็ก เทลงหม้อเลยค่ะ (แนะนำฉลากทองเท่านั้นค่ะ.....) แล้วก็เอาน้ำสะอาดกรอกลงขวดประมาณ1ใน5ของขวดนะคะ เช็คจนขวดสะอาดแล้วก็เทลงหม้อตามไปค่ะเอาหม้อเมื่อตะกี้ไปตั้งไฟนะคะ แล้วต่อไปก็เต้าหู้ยี้ค่ะ ถ้าใช้ซอส 2 ขวด ก็ใส่เต้าหู้หมดขวดเลยค่ะ น้ำแดงๆตักมานิดเดียวนะคะ เพราะว่ามันเค็มมากค่ะ แล้วก็บี้ให้แหลกละเอียดที่สุด...เติมน้ำสุกหน่อยก็ได้ค่ะ จะได้บี้ง่ายๆ แล้วก็เทลงหม้อตามไปเลยค่ะแล้วก็โขลกรากผักชีให้ละเอียด..ใส่ลงไปตอนเดือดค่ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายประมาณ 3 ช้อนชา น้ำปลานิดหน่อยค่ะ พอชิมรสโอเคแล้ว ก็ใส่งาขาวคั่ว กับน้ำมันงาเพื่อเพิ่มความหอม แต่ถ้าอยากให้หอมมากกว่านั้น ก็ใส่น้ำมันงาลงไปด้วยค่ะ ยกลงมาจากเตาพักให้หายร้อนค่ะสำเร็จแล้วก็หน้าตาประมาณนี้ค่ะพอหายร้อนแล้ว หรือตอนจะทานก็ใส่ กระเทียมพริกขี้หนูและผักชีฝรั่งซอยค่ะ


สูตรต่อไป..น้ำจิ้มแจ่ว ก็เอาน้ำมะขามเปียกไปตั้งไฟให้เดือดค่ะ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ พริกป่น (น้ำจิ้มทั้งสองสูตรนี้เราไม่ได้ใช้มะนาวเลยนะเพราะว่าซอสพริกกับมะขามเปียกมันเปรี้ยวมากๆอยู่แล้ว) ตามด้วยข้าวคั่วใหม่ๆค่ะ ชิมรสออก เปรี้ยวๆ หวานๆ เค็มไม่มากค่ะพอหายร้อนแล้วก็โรยด้วยผักชีฝรั่งและต้นหอมซอยค่ะ...

*+*++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++*+*+

หมักเนือ้ ทำบาบีQ หมักข้ามคืน ให้ ใช้เนื้อสะโพก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม หนา ประมาณ 2 ซม

น้ำหมัก ใช้ซอสมะเขือเทศ +ซอสหอย+เกลือ+ เหล้า+ผงหมักบาบีQ

คลุก เนื้อ หมักไว้ ทิ้งข้ามคืน จะอร่อยมาก

*+*++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++*+*


หมัก เนื้อย่าง จิ้มแจ่ว ให้ ใช้เนือ้สันคอ หั่นหยนา 1 ซม หมัก แม็กกกี้ +น้ำมันหอย+พริกไทย+เกลือ+ ผงปรุงรส คลุก และ ขย่ำ ให้เข้าเนือ้ ทิ้งไว้

บาง ราย ชอบหวานก็จะมีน้ำตาลปี๊บ ด้วยค่ะ

*+*++++++++++++++++++++++++++++*+*+

หมัก ปลาหมึก ก็เช่นกัน เคล้า พริกไทย + น้ำมันหอย เกลือ เล็กน้อย พอ นะคะ แช่เย็ร

**** สูตรนี้ สังเกต ดีดี ไม่มี รากผักชี และ กระเทียมค่ะ -**** สูตร หนูเล็ก *****

เตรียมผัก วุ้นเส้น และก็น้ำซุปไว้ด้วยนะคะ เตรียมกระทะ ใบเล็กคือขนาดที่กินกันตามร้านค่ะราคา80บาท ส่วนใบใหญ่สะใจ ราคา130 บาท น้ำซุปก็ตักได้ตามสบายยังกะหม้อแกงจืด


ขอบคุณค่ะคุณพิม


ddd
dThumbnaild
ddd
จากส้มตำ นังลี่ ที่ชอบใจเพราพะว่า ตำไป ด่าไป


แต่อะหร่อย สุด ๆๆ กับ Order เผ็ดสลบ....

แล้วไป หา ลุกชิ้นทอด ในตลาด งานวัด อิอิ

ddd
dThumbnaild
ddd
เก็บโล๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ของกินล้วน ๆ ๆ ก๊อก 1

ยังจะมีอีก เพี๊ยบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ อ่ะ ตามานะ จ๊ะ

Pages:1234
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help